นายมนตรี  อินนา
นายกเทศมนตรี

ความคิดเห็นของประชาชน
คุณคิดอย่างไรกับระบบราชการของไทย
 
Login Form
*WelCome To Nongpruekan*



*_*_ขอบคุณค่ะ_*_*
มีบุคคลกำลังชมเว็บ
เรามี 1 บุคคลทั่วไป และ 7 สมาชิก ออนไลน์
  • jr5qdrrdd
  • niumaka68sm
Now online:
  • 2 members
  • 1 guest
Latest members:
  • Tcuhtir7
  • lzfxkkBcsp
  • Anddeusr
  • Anddeuss
  • 9fd0nk8arff
Total members: 2804
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้332
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้222
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้769
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว7651
mod_vvisit_counterเดือนนี้14664
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว8931
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด124206
Home Home

เทศบาลตำบลหนองปรือยินดีต้อนรับ

          การออกกำลังกายแบบแอโรบิก คือ การออกกำลังกายที่ไม่รุนแรงมาก แต่มีความต่อเนื่องเช่น เดินวิ่งเหยาะๆ หรือ วิ่งทางไกล ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก ฯลฯ ซึ่งจะมีผลให้ระบบการทำงานของหัวใจ ปอด หลอดเลือด และการไหลเวียนของเลือดทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้น และมีประสิทธิภาพในการทำงานดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน โดยต้องทำติดต่อกันให้นานพอประมาณ 15 ถึง 45 นาที (ถ้าทำหนักมากก็ใช้เวลาน้อย แต่ถ้าทำหนักน้อยก็ใช้เวลามาก) ต้องทำบ่อยพอ คืออย่างน้อยที่สุดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ถึง 5 ครั้ง
จุดมุ่งหมายสำคัญของการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ก็คือ ทำให้ร่างกายได้ใช้ออกซิเจนให้มากที่สุดเท่าที่ร่างกายจะใช้ได้ ในเวลาที่กำหนด (ซึ่งจะไม่เท่ากันในแต่ละคน) ซึ่งในการออกกำลังกายแบบแอโรบิกนี้ ส่วนของร่างกายที่จะต้องปรับตัวให้ทันกันก็คือ
          1. ระบบหายใจจะต้องเร็วและแรงมากขึ้น เพื่อจะได้นำเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น พอที่จะไปฟอกเลือดที่จะต้องหมุนเวียนมากขึ้น
          2. หัวใจจะต้องเต้นเร็วและแรงขึ้น เพื่อจะได้สูบฉีดเลือดได้มากขึ้น เพราะขณะที่ออกกำลังกายอย่างหนักนั้น กล้ามเนื้อจะต้องการเลือดมากขึ้นประมาณ 10 เท่า
          3. หลอดเลือดทั้งใหญ่และเล็กจะต้องขยายตัว เพื่อให้สามารถนำเลือดไปยังส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบแอโรบิก 
          1. ทำให้สมรรถภาพการทำงานของหัวใจและปอดดีขึ้น
          2. ช่วยลดไขมันในร่างกาย สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก การออกกำลังกายแบบนี้สามารถทำให้น้ำหนักลดได้แต่ต้องทำควบคู่กับการควบคุมอาหาร
          3. ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน คลอเรสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์สูง การออกกำลังกายแบบนี้สามารถทำให้ระดับน้ำตาล และไขมันในเลือดลดลงได้ด้วย
          4. ทำให้จิตใจสดชื่นเบิกบาน
          5. ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและท้องไม่ผูก
          6. เพิ่มสมรรถภาพของสติปัญญาและสมรรถภาพของการทำงาน
          7. เป็นวิธีควบคุมความเศร้าซึมและอารมณ์เปลี่ยนแปลงอื่นๆที่ได้ผลดี
          8. ผ่อนคลายความเครียดโดยไม่ต้องอาศัยแอลกอฮอล์หรือยา
          9. เป็นการออกกำลังกายที่ให้ผลดีสูงสุด โดยใช้เวลาน้อยที่สุด (ออกกำลังกายแบบสะสมทั้งสัปดาห์ ประมาณ 1 ชม. 20 นาที ต่อสัปดาห์)

            ด้วยทางเทศบาลตำบลหนองปรือ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสุภาพ ร่างกายที่แข็งแรงของประชาชนทุกคนในพื้นที่ จึงได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายขึ้น สำหรับทุกเพศ ทุกวัย การเต้นแอโรบิกจะทำให้ประชาชนมีสุขภาพ ร่างกายที่แข็งแรง ปลอดจากโรคภัยทั่วไป จึงขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ รวมถึงประชาชนที่สนใจทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมกับเทศบาบตำบลหนองปรือ โดยจะจัดให้มีการเต้นแอโรบิกเป็นประจำทุกวันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 18.00-19.00 น. ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าศาลเจ้าเขามุสิ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี

?

?


  

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 30 มกราคม 2013 เวลา 10:21 น. )

 

ประวัติหนองปรือ

ประวัติและความเป็นมาการก่อสร้างหมู่บ้านหนองปรือ พร้อมทั้งประวัติและความเป็นมาของประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ผู้จัดทำได้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลังไดทราบประวัติที่มาเกี่ยวกับแผ่นดินที่ตัวเองอาศัยอยู่ ตลอดจนได้ซึมซับวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความรัก ความภาคภูมิใจในท้องถิ่นกำเนิดของตัวเอง ทั้งยังต้องช่วยกันรักษาสมบัติที่บรรพบุรุษได้สร้างเอาไว้ให้คงอยู่สืบต่อไปด้วย
   สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจแม้จะมิได้เป็นคนหนองปรือโดยกำเนิด แต่ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านหนองปรือ คงจะให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์บางส่วนของผืนแผ่นดินเล็กๆผืนหนึ่งในแผนที่ประเทศไทยแห่งนี้ได้พอสมควร และท่านก็จะได้พบกับวิวัฒนาการของคนอีกมุมหนึ่งในประเทศไทยที่มีความเป็นมาที่น่าสนใจไม่แพ้แห่งอื่นในประเทศนี้ด้วย
   ผู้จัดทำได้ใช้เวลาในการรวบรวมความรู้ด้วยการสอบถามจากคนเก่าแก่ของหมู่บ้านที่พอจะจำเรื่องราวต่างๆได้ และจากสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวที่ยังพอเป็นร่องรอยให้พอได้เห็น โดยผู้จัดทำมีความตั้งใจและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า "รายงานความรู้" ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนไปชั่วลูกชั่วหลาน แม้ในบางตอนข้อมูลบางอย่างอาจไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ นั่นเป็นเพราะกาลเวลาที่เนิ่นนานออกไปทำให้ไม่สามารถค้นหาข้อมูลได้ ผู้จัดทำต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
   การรวบรวมประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านหนองปรือนี้ เริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ.2525 เป็นต้นมาจนมาจัดทำเป็นรูปเล่มเมื่อปี พ.ศ.2541 และเมื่อผู้จัดทำมีเรื่องราวที่สามารถค้นคว้ามาเพิ่มเติมได้ จึงต้องการจะปรับปรุงขึ้นใหม่อีกครั้ง ประวัติและความเป็นมาของหมู่บ้านหนองปรือฉบับนี้จึงเป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2549
  
ท้ายที่สุดนี้ผู้จัดทำหวังว่าประวัติความเป็นมาการก่อสร้างหมู่บ้านหนองปรือจะคงอยู่คู่กับหมู่บ้านหนองปรือของเราตลอดไป สิ่งที่น่าสนใจนี้คงจะไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา

สภาพทั่วไปของเทศบาล

ประวัติความเป็นมา
 
     หมู่บ้านหนองปรือ เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของตำบลหนองรี  อำเภอบ่พลอย  จังหวัดกาญจนบุรี  ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒ ได้แยกการปกครองออกมาจากตำบลหนองรี  เป็น "ตำบลหนองปรือ" และเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖ หมู่บ้านหนองปรือ หมู่ ๑ ตำบลหนองปรือ ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยให้ยกฐานะขึ้นเป็นสุขาภิบาลตำบลหนองปรือ โดยมีคณะกรรมการบริหารส่วนท้องถิ่น เรียกชื่อว่า "คณะกรรมการสุขาภิบาล" จากนั้นได้ยกฐานะจากสุขาภิบาลตำบลหนองปรือเป็น "เทศบาลตำบลหนองปรือ" ตามพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงเป็นเทศบาล พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๒

ลักษณะที่ตั้งอาณาเขตและเขตการปกครอง
     เทศบาลตำบลหนองปรือตั้งอยู่ในเขตอำเภอหนองปรือ  จังหวัดกาญจนบุรี  ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองปรือ  หมู่ที่ ๑  และหมู่ที่ ๔ (บางส่วน)  มีพื้นที่ ๑๒.๕๗  ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ ๗,๕๔๖ ไร่ อยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดกาญจนบุรี  ห่างจากตัวจังหวัดกาญจนบุรี  ๗๕  กิโลเมตร  มีอาณาเขตติดต่อ  ดังนี้  

-ทิศเหนือ     

ติดต่อกับ

หมู่ที่ ๔  บ้านหนองสาหร่าย

-ทิศใต้  

ติดต่อกับ  

ลำกระพร้อย

-ทิศตะวันออก

ติดต่อกับ 

หมู่ที่ ๑  บ้านหนองปรือ

-ทิศตะวนตก

ติดต่อกับ

หมู่ที่ ๑  บ้านหนองปรือ 

การท่องเที่ยว
     ในเขตเทศบาลตำบลหนองปรือไม่มีแหล่งท่องเที่ยว  แต่จะเป็นเส้นทางผ่านไปอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ (ถ้ำธารลอด) ห่างจากอำเภอหนองปรือประมาณ ๒๐ กิโลเมตร

การปศุสัตว์
     ประชาชนส่วนใหญ่จะเลี้ยงโค
                                  
การศาสนาและวัฒนธรรม
     ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๕ นับถือศาสนาพุทธ มีวัด ๔ แห่ง คือวัดหนองปรือ วัดหนองจอก วัดหนองสาหร่าย และวัดเขาสิ มีศาลเจ้า ๑ แห่ง คือศาลเจ้าเขามุสิ ประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญ คือประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ได้มีการจัดขึ้นทุกวันที่ ๑๗ เมษายน ของทุกปี โดยมีการออกร้าน การแสดงศิลปะพื้นบ้านและการประกวดขบวนบุปผาชาติ            

การศึกษา
      -ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหนองปรือ  จำนวน ๑  แห่ง
     -โรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต ๒  จำนวน ๓ แห่ง
      ๑.โรงเรียนอนุบาลหนองปรือ (ขยายโอกาส๗
      ๒.โรงเรียนบ้านหนองสาหร่าย (ระดับประถมศึกษา)
      ๓.โรงเรียนหนองปรือพิทยาคม (ระดับมัธยมศึกษา)

การกีฬา นันทนาการ และสถานที่พักผ่อน

-สนามกีฬาอเนกประสงค์ 

จำนวน ๑ แห่ง

-สนามบาสเกตบอล

จำนวน ๑ แห่ง

-ห้องสมุดประชาชน

จำนวน ๑ แห่ง

-สนามเด็กเล่น

จำนวน ๑ แห่ง

-สนามฟุตบอล

จำนวน ๑ แห่ง

-สนามตะกร้อ

จำนวน ๑ แห่ง

-สวนสาธารณะ

จำนวน ๑ แห่ง

สาธารณสุข
     ในเขตเทศบาลตำบลหนองปรือ  มีศูนย์บริการสาธารณสุข  จำนวน ๑ แห่ง  ประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้

-เจ้าหน้าที่บริหารงานสาธารณสุข    

จำนวน ๑ แห่ง

-นักวิชาการสาธารณสุข                  

จำนวน ๑ แห่ง

-เจ้าพนักงานสาธารสุขชุมชน          

จำนวน ๑ แห่ง

-พยาบาลวิชาชีพ                             

จำนวน ๑ แห่ง

-อสม.                                              

จำนวน ๗๐ คน

 การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

๑.รถยนต์ดับเพลิง

จำนวน ๒ คัน

๒.เครื่องดับเพลิงชนิดหาบหาม

จำนวน ๑ เครื่ง

๓.พนักงานดับเพลิง

จำนวน ๘ คน

๔.อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน  (อปพร.)

จำนวน ๑๐๐ คน

๕.การฝึกซ้อมบรรเทาสาธารณภัย

จำนวน ๑ ครั้ง

ทรัพยากรน้ำ
     ลำห้วย ๒ สาย คือ  ลำตะเพิน และ ลำกระพร้อย

ทรัพยากรป่าไม้
     พื้นที่เทศบาล จำนวน ๑๒.๕๗ ตารางกิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำการเกษตรไม่มีป่าสงวน

ทรัพยากรธรณีในเขตเทศบาล
     ดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย

สภาพสิ่งแวดล้อม
     การกำจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูลและการบำบัดน้ำเสีย
     ๑.การกำจัดขยะมูลฝอย โดยวิธีจัดเก็บเอง
      -ปริมาณขยะมูลฝอย จำนวน ๗ ตัน/วัน
      -รถยนต์บรรทุกขยะมูลฝอย  จำนวน ๒ คัน
      -ถังรองรับขยะมูลฝอย  จำนวน ๕๒๐ ใบ
      -พนักงานเก็บ ขน กวาดขยะมูลฝอย  จำนวน ๗ คน
     ๒.ที่ดินสำหรับกำจัดขยะมูลฝอย
      -ที่กำลังใช้ ๘ ไร่ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ ข้างวัดหนองจอก ห่างจากเขตชุมชนเป็นระยะทาง ๑.๕ กิโลเมตร
      -ที่ดินสำรับกำจัดขยะที่ใช้ไปแล้ว  จำนวน ๖ ไร่
      -เหลือที่ดินสำหรับขยะได้อีก  จำนวน ๒ ไร่
      -คาดว่าจะสามารถกำจัดขยะได้อีก ๒ ปี

การกำจัดสิ่งปฏิกูล
     เอกชนดำเนินการจัดเก็บ

การบำบัดน้ำเสีย
     ยังไม่มี  เนื่องจากเทศบาลตำบลหนองปรืออยู่ใกล้แม่น้ำ การระบายน้ำหรือทิ้งของเสียมักจะลงลำห้วยซึ่งอาจจะทำให้เกิดมลภาวะเป็นพิษในภายหน้าได้

การเมือง
     ประชาชนในเขตเทศบาล มีความสนใจในด้านการเมืองยังไม่มากนักโดยดูได้จากสถิติการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่าน

แก้ไขล่าสุด ( วันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2013 เวลา 09:39 น. )

 




แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 08 พฤศจิกายน 2012 เวลา 13:03 น. )

 





?

?


แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 08 พฤศจิกายน 2012 เวลา 11:13 น. )

 

ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง

Dim lights Download Embed Embed this video on your site

ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง

          การจัดทำและแห่ปราสาทผึ้งนั้น พอจะประมวลความได้ว่า เมื่อสมัยก่อนนั้น ชาวบ้านชาวเมืองคงยังไม่มีไต้ใช้ หรือน้ำมันตะเกียงเพื่อแสงสว่างในยามค่ำคืน คงต้องอาศัยการไปเที่ยวเก็บหาขี้ชันก้อนบ้าง ขี้ชันโพรงบ้างตามต้นไม้ในป่า หรือได้จากน้ำมันพืชบ้าง เช่น น้ำมันมะพร้าว เอามาทำเป็นประทีปตามไฟเพื่อแสงสว่าง ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ผู้คนคิดขึ้นมาว่าขี้ผึ้งที่เก็บได้จากรวงผึ้งนั้น ก็มีน้ำมันที่พอจะนำมาทำเป็นต้นเทียนตามไฟ เพื่อแสงสว่างได้เช่นกัน
          ฉะนั้น พอถึงปลายเดือนมีนามหรือต้นเดือนเมษายน หรือนับเดือนทางจันทรคติก็คือเดือน ๕ ของทุกๆปี ผู้คนก็จะออกไปหารวงผึ้งกัน และในช่วงเดือน ๕ นี้ ตัวแมลงผึ้งก็กำลังสะสมน้ำหวาน (น้ำผึ้ง) เอาไว้ในรังผึ้งจนเต็ม เพื่อเก็บไว้สำหรับเลี้ยงลูกอ่อน เมื่อคนได้น้ำผึ้งและขี้ผึ้งมา ก็ได้อาศัยน้ำผึ้งนี้รับประทานเป็นของหวาน และได้นำมาถวายพระภิกษุสงฆ์บ้าง ส่วนขี้ผึ้งนั้นก็จะเก็บรวบรวมกันมากบ้างน้อยบ้างตามแต่จะหาได้และก็นำมาถวายพระภิกษุสงฆ์เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้นำขี้ผึ้งมาทำเทียนตามไฟ สำหรับอ่านและเขียนหนังสือบ้าง และบูชาพระบ้าง ต่อมาคงจะคิดได้ว่า การนำเอาขี้ผึ้งไปถวายพระภิกษุสงฆ์ น่าจะได้ทำให้เป็นประเพณีประจำปีสืบต่อกันมา จึงได้มีการจัดทำปราสาทผึ้งขึ้น ลักษณะของปราสาทผึ้งนี้ ทำด้วยโครงไม้ไผ่และบุด้วยกาบต้นกล้วย เพื่อให้มีการเสียบประดับประดาตกแต่งด้วยดอกไม้อันทำขึ้นจากขี้ผึ้ง วิธีทำดอกไม้ด้วยขี้ผึ้งนั้นคือ เมื่อถึงฤดูกาลหรือเทศกาลประจำปี ชาวบ้านจะถือวันท้ายวันสงกรานต์ คือวันที่ ๑๗ เมษายน เป็นวันพิธีแห่ปราสาทผึ้ง เมื่อถึงเช้าวันนี้ชาวบ้านก็จะนำขี้ผึ้งมารวบกันที่วัด เสร็จแล้วก็จำนำเอาขี้ผึ้งนี้รวมกันใส่กระทะใบใหญ่ ตั้งไฟเคี่ยวให้ละลาย ต่อจากนั้นก็จะนำเอาผลมะละกอผลเล็กๆ มาแกะเป็นรูปดอกไม้ต่างๆ ตามต้องการ แล้วนำเอาผลมะละกอนี้จุ่มลงในกระทะเคี่ยวขี้ผึ้ง แล้วมาจุ่มลงในภาชนะที่ใส่น้ำเย็นเอาไว้ ขี้ผึ้งก็จะหลุดออกมาเป็นรูปดอกไม้ที่แกะเอาไว้ แล้วนำดอกไม้ขี้ผึ้งนี้ไปเสียบประดับที่ตัวปราสาททำให้แลดูสวยสดงดงาม เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้คนในบ้านก็จะพากันมาตั้งขบวนแห่ปราสาทผึ้งนี้ผ่านไปรอบๆหมู่บ้านแล้ววกกลับมาที่วัดตามเดิม ต่อจากนั้นก็จะก็จะทำพิธีถวายปราสาทผึ้งแด่พระภิกษุสงฆ์ พอตกค่ำลงก็จะนิมนต์พระภิกษุสงฆ์สวดพระพุทธมนต์เย็นและก็จะพากันมาทำบุญตักบาตรในตอนเช้าของเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นการฉลองปราสาทผึ้งเป็นอันเสร็จพิธีแห่ปราสาทผึ้ง

(ข้อมูลนี้รวบรวมขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๕)

ดาวน์โหลดข้อมูลรายละเอียดประเพณี

แก้ไขล่าสุด ( วันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2013 เวลา 09:36 น. )

 

<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 1 จาก 3